Liquid Nitrogen หรือ ไนโตรเจนเหลว เป็นสารที่ถูกใช้อย่างแพร่หลายในหลายอุตสาหกรรม ไม่ว่าจะเป็นทางการแพทย์ อุตสาหกรรมอาหาร ห้องแล็บวิทยาศาสตร์ งานโลหะ งานอิเล็กทรอนิกส์ ไปจนถึงงานทดลองพิเศษต่าง ๆ เนื่องจากคุณสมบัติเด่นคือมีอุณหภูมิต่ำมากประมาณ -196°C ทำให้สามารถแช่แข็งหรือควบคุมอุณหภูมิ
ได้อย่างรวดเร็วอย่างไรก็ตาม แม้จะมีประโยชน์มาก แต่ Liquid Nitrogen ก็ถือเป็นสารที่ อันตรายหากจัดเก็บหรือใช้งานไม่ถูกวิธี เพราะอาจทำให้เกิดอาการบาดเจ็บจากความเย็นจัด (Frostbite) การขาดอากาศหายใจ หรือการระเบิดจากแรงดันได้ ดังนั้นการเก็บรักษาอย่างปลอดภัยและได้มาตรฐานจึงเป็นเรื่องสำคัญอย่างยิ่ง
ทำความเข้าใจคุณสมบัติของ Liquid Nitrogen ก่อนการเก็บรักษา
ก่อนจะพูดถึงวิธีการเก็บ เราควรเข้าใจคุณสมบัติพื้นฐานของไนโตรเจนเหลวก่อน ได้แก่
- อุณหภูมิต่ำมาก (-196°C)
- ระเหยกลายเป็นก๊าซอย่างรวดเร็วเมื่ออยู่ในอุณหภูมิห้อง
- ไม่มีสี ไม่มีกลิ่น และมองไม่เห็นในรูปแบบก๊าซ
- สามารถทำให้วัสดุเปราะ แตก หรือหดตัวได้
- เมื่อระเหยจะขยายปริมาตรประมาณ 700 เท่า
ภาชนะที่เหมาะสมสำหรับเก็บ Liquid Nitrogen
ภาชนะที่ใช้เก็บ Liquid Nitrogen ไม่สามารถใช้ขวดหรือถังธรรมดาได้ ต้องใช้ภาชนะเฉพาะที่เรียกว่า Dewar Flask หรือ Cryogenic Container ซึ่งออกแบบมาให้ทนความเย็นจัดและลดการระเหย ลักษณะภาชนะที่เหมาะสม ได้แก่
- ผนังสองชั้นพร้อมฉนวนสุญญากาศ
- มีฝาปิดแบบไม่สนิทเกินไป เพื่อระบายแรงดัน
- ทำจากวัสดุสเตนเลสหรืออลูมิเนียมคุณภาพสูง
- มีมาตรฐานอุตสาหกรรมรับรอง
- ไม่ใช้ขวดแก้วธรรมดา เพราะอาจแตกได้
ความปลอดภัยและการใช้งานสารไครโอเจนิกส์
การเก็บรักษา Liquid Nitrogen อย่างปลอดภัยจำเป็นต้องอาศัย ความเข้าใจในคุณสมบัติของสาร ภาชนะเฉพาะ พื้นที่จัดเก็บที่เหมาะสม อุปกรณ์ป้องกัน และการปฏิบัติตามมาตรฐานความปลอดภัย อย่างเคร่งครัด เพราะแม้จะเป็นสารที่มีประโยชน์สูง แต่ก็มีความเสี่ยงหากใช้งานหรือเก็บรักษาไม่ถูกวิธี การลงทุนในอุปกรณ์ที่ได้มาตรฐานและการอบรมผู้ใช้งาน จะช่วยลดความเสี่ยงอุบัติเหตุ เพิ่มความปลอดภัย และทำให้การใช้งาน liquid nitrogen tank มีประสิทธิภาพสูงสุดในทุกอุตสาหกรรมอีกประเด็นสำคัญคือ การควบคุมปริมาณการเติมและระดับของเหลวภายในถัง ไม่ควรเติมจนเต็ม 100% เนื่องจากไนโตรเจนเหลวจะขยายตัวเมื่อได้รับความร้อนแม้เพียงเล็กน้อย การเหลือพื้นที่ว่างไว้จะช่วยลดแรงดันและป้องกันการดันฝาเปิดหรือการพ่นของไอเย็นออกมาอย่างรุนแรง รวมถึงควรใช้ไม้หรือแท่งวัดระดับเฉพาะ ไม่ใช้วัสดุทั่วไปจุ่มลงไป เพราะวัสดุบางชนิดอาจเปราะแตกและตกค้างภายในถังได้ นอกจากนี้ควรมีบันทึกปริมาณการใช้งานและวันที่เติมทุกครั้ง เพื่อช่วยประเมินอัตราการระเหยและวางแผนการสั่งซื้อได้อย่างเหมาะสม ลดโอกาสที่ไนโตรเจนจะหมดโดยไม่ทันตั้งตัว
รายละเอียดเพิ่มเติม : https://www.linde.co.th/shop/en/thai/Nitrogen





